fbpx

9 ปัญหาพาป่วย “มนุษย์ติดจอ”

ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมต่างๆ ทั้งติดตามข่าวสาร พูดคุยกัน อัพเดตสถานะ ดูหนัง ดูละคร ฯลฯ สำหรับหลายคนอาจเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้อัพเดตติดตามความเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ทว่า สำหรับบางคนแล้วถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่ขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว เมื่อละสายตาจากหน้าจอหนึ่งก็ไปจดจ่ออยู่กับอีกหน้าจอหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็น “มนุษย์ติดจอ” ที่ใช้งานมากเกินไปจนส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน

กลุ่มเสี่ยงที่มักได้รับผลกระทบจากพฤติกรรม “มนุษย์ติดจอ” มี 3 กลุ่ม ได้แก่
1. มนุษย์ออฟฟิศ ที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอ
2. มนุษย์ก้มกด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
3. มนุษย์ทั่วไป ที่ใช้งานในท่าที่ไม่เหมาะสม

ผลกระทบหรือผลเสียต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของมนุษย์ติดจอ แยกออกหลักๆ 9 อาการด้วยกัน ดังนี้

1. โรคก้มกด นำไปสู่อาการปวดคอเรื้อรัง มีอาการปวดบ่าไหล่ไปถึงหลังได้ ซึ่งเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์กระดูกคอที่นิวยอร์กชี้ว่าโรคก้มกด (Text neck) กำลังระบาด เป็นอาการของคนยุคใหม่ที่ก้มคอไปข้างหน้าแต่ละนิ้วแต่ละเซนติเมตรมีผลทั้งสิ้น ให้คิดง่ายๆ ว่ายิ่งก้มกดนานก็ยิ่งทำร้ายกระดูกและกล้ามเนื้อที่ละเอียดอ่อนรอบคอ (โรคก้มกดทำให้ปวดคอเรื้อรัง)

2. กระดูกคอเสื่อม การก้มดูหน้าจอนานและบ่อยมีผลให้น้ำหนักกดกระดูกต้นคอทั้ง 7 ชิ้นจนเกิดภาวะเสื่อมก่อนวัยได้เพราะชีวิตที่ต้องก้มกดนานทำให้คอต้องรับน้ำหนักพอๆ กับมีเด็กน้ำหนัก 30 กก. มาขี่คอตลอดเวลา แต่หากไม่นานมาก็ไม่ส่งผล (กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย)

3. โรคเพลียตา อาการตาล้ารวมถึงตาแห้งอาจเกิดได้ มีสัญญาณคือล้า ปวดรอบกระบอกตา เพลียตาคล้ายตาจะปิด มีอาการนานเข้าทำให้ปวดศีรษะได้ด้วย ขอให้ช่วยพักตาเป็นระยะด้วยการเบรกการใช้หน้าจอบ้าง รวมถึงการติดแผ่นกันแสงสะท้อน (Anti-glare) ถือเป็นการช่วยล้างพิษดิจิตอล (Digital detox) ไปในตัว (เพลียตา ปวดกระบอกตา)

4. นอนไม่หลับ แสงหน้าจอโดยเฉพาะในแสงแถบสีฟ้าที่ท่านอาจมองไม่เห็นแต่มันเป็นแถบสีหนึ่งที่รวมอยู่ในแสงสว่างจากจอที่พุ่งเข้ากระทบตาท่านผ่านไปถึงสมอง จึงไม่ควรใช้บ่อยเกินไปโดยเฉพาะในเวลาที่ควรนอนหลับพักผ่อน มีการศึกษาเรื่องนี้ในระดับลึกจนพบว่าแสงสว่างมีผลกดการสร้างเคมีนิทราในสมองมีผลทำให้สุขภาพแย่ลง (นอนไม่หลับ)

5. ท้องผูก เป็นผลทางอ้อมจากความเครียด นั่งนาน ยืนนานจากการจดจ่ออยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน ภาวะนี้อาจเกิดได้กับมนุษย์หน้าจอที่ไม่ลุกขยับกายส่วนใดเลยนอกจากมือบนหน้าจอ ทำให้ลำไส้ไม่ขยับจนมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายจนทำให้ท้องผูกได้ ในหลายคนเมื่อถ่ายลำบากบ่อยก็เป็น “ริดสีดวง” เสริมมาด้วย (ท้องผูก)

6. ปวดศีรษะ เกิดได้จากผลกระทบหลายจุดของหน้าจอ เช่น จากแสงการเพ่งนาน ความเครียดจากการเล่นเกมส์ แชทโต้ตอบหรือเล่นโซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้ตีพิมพ์ในวารสารชื่อดังอย่าง Journal of Vision มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่าแสงสว่างจ้าและการกะพริบไม่นิ่งของแสงกระตุ้นปวดหัวให้หนักขึ้นรวมถึงไมเกรนได้ (ปวดศีรษะ)

7. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่านที่เอาแต่สนใจหน้าจอจนลืมสนใจอาการปวดตามธรรมชาติ เมื่อกระเพาะปัสสาวะส่งสัญญาณให้เข้าห้องน้ำแต่กลับเลือกที่จะจดจ่ออยู่หน้าจอจนลืมทุกอย่าง เมื่อต้องอั้นบ่อยเข้าก็มีส่วนทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดจนถึงอักเสบได้เหมือนกัน (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ)

8. ปวดหลัง อาการปวดนี้เกิดได้ในท่านที่อยู่กับหน้าจอได้ทั้งแบบที่ก้มกดและนั่งหน้าจอ เพราะอาชีพที่ทำงานจำเป็นต้องอยู่ชิดใกล้กับหน้าจอวันละหลายชั่วโมง ซึ่งท่านั่งนั้นมีส่วนเราจึงควรจัดอิริยาบถให้เหมาะสม

9. อุบัติเหตุ มือถือและหน้าจอที่สะกดจิตให้เอาแต่ก้มดูจนลืมมองรอบตัว ส่วนที่หูก็มีที่ฟังเสียบอยู่จนไม่ได้ยินสรรพเสียงขณะข้ามถนนหรือขับรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรืออาจเป็นมฤตยูคร่าชีวิตได้

ชีวิตดี๊ดี ใช้มือถือแต่พอดี นะครับ

อ้างอิง
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
https://www.hed.go.th/hed/news/1338
https://www.pptvthailand.com/news/13447
https://www.newsplus.co.th/70395
https://www2.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?Mbrowse=20&QNumber=389576
https://www.hfocus.org/content/2015/07/10509